หนังเกาหลี : พุ่งด้วยใจไปสู่ฝัน (My Mr. Mermaid)

หนังเกาหลี : พุ่งด้วยใจไปสู่ฝัน (My Mr. Mermaid) ดัดแปลงจากนิยายออนไลน์เรื่อง “ล่างฮัวอี้ตั๋วตั่ว” (浪花一朵朵) ของ “จิ่วเสี่ยวชี” เนื้อหากล่าวถึงเรื่องราวความรักและแรงบันดาลใจของนักข่าวฝึกหัดสายกีฬานามว่า “อวิ๋นตั่ว” ซึ่งยึดมั่นในหลักความจริงและความถูกต้อง กับเงือกหนุ่ม “ถังอี้ไป๋” ซึ่งพยายามกลับมาผงาดในฐานะเจ้าสระอีกครั้ง หลังถูกกล่าวหา (ผิดๆ) ว่าใช้สารต้องห้ามเมื่อ 4 ปีก่อน แต่กลับถูกนักข่าวขุดคุ้ยและโยงถึงเรื่องเก่าๆ ไม่เลิกรา ทำให้เขาถูกตีตราว่าเป็นนักกีฬาที่ใช้สารต้องห้ามและถูกสงสัยในความสามารถ

ทั้งๆ ที่เขาเป็นนักกีฬาว่ายน้ำที่เก่งกาจคนหนึ่ง หลังรู้ความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อน อวิ๋นตั่วจึงช่วยกอบกู้ภาพลักษณ์ของถังอี้ไป๋ด้วยการเปิดเผยความจริงและพิสูจน์ว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ หลังจากนั้นถังอี้ไป๋ก็กลับมาเป็นเจ้าสระอีกครั้ง ในที่สุดอวิ๋นตั่วและถังอี้ไป๋ซึ่งแอบมีใจให้กันก็หันมาคบหากันฉันคนรัก แต่ทว่าการที่ต้องเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างหนักทำให้ถังอี้ไป๋ตกที่นั่งลำบากเพราะต้องเลือกระหว่างความรักกับความฝัน แต่หลังได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจากอวิ๋นตั่วตลอดจนเพื่อนร่วมทีม ถังอี้ไป๋จึงตัดสินใจที่จะเผชิญอุปสรรค ความยากลำบาก และไล่ล่าความฝันไปพร้อมๆ กับอวิ๋นตั่ว

ละครเปิดฉากด้วยบรรยากาศการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำแห่งชาติ ระดับโรงเรียนมัธยม ซึ่งมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศฟรีสไตล์ชาย 100 เมตร ปรากฏว่าผู้ที่ได้รับเสียงเชียร์ดังกึกก้องมากที่สุดคือนักกีฬาวัย 18 ปี “ถังอี้ไป๋” ซึ่งอยู่ในลู่ที่สี่ โดยก่อนหน้านี้เขาเพิ่งทำลายสถิติว่ายเร็วสุดในการแข่งขันฟรีสไตล์ 100 เมตร ในการแข่งครั้งนี้เขาไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังและสามารถคว้าชัยชนะมาครอง แต่ในขณะที่โค้ชและเพื่อนร่วมทีมเข้ามาแสดงความยินดีกับถังอี้ไป๋ท่ามกลางวงล้อมของนักข่าว กลับมีเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหาและนำผลการตรวจมาแจ้งต่อหน้าทุกคนว่าถังอี้ไป๋ใช้สารต้องห้าม หลังจากนั้นถังอี้ไป๋ก็ถูกชายกลุ่มดังกล่าวคุมตัวไป แม้จะผ่านไปนานสี่ปีแล้วแต่เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงตามมาหลอกหลอนถังอี้ไป๋ในฝัน ถังอี้ไป๋ซึ่งพักอยู่ในหอพักมหาวิทยาลัยตกใจตื่นหลังฝันถึงช่วงเวลาดังกล่าว เขายังจดจำความอัปยศในครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี หลังตั้งสติได้และพบว่าเป็นเพียงความฝันเขาจึงลุกไปออกกำลังกาย

ในเวลาเดียวกันนั้น “อวิ๋นตั่ว” นักข่าวฝึกหัดสายกีฬาของฉิงคงดอทคอมได้เดินทางมาที่มหาวิทยาลัยกีฬาหนานหยางแต่เช้าตรู่ วันนี้เป็นวันที่ทีมว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยดังกล่าวจัดการแข่งขันคัดตัวนักกีฬา ทั้งยังเป็นครั้งแรกในชีวิตที่อวิ๋นตั่วจะต้องลงภาคสนามสัมภาษณ์นักกีฬาในฐานะนักข่าวฝึกหัด เธอจึงรีบมาแต่เนิ่นๆ (ก่อนหกโมงเช้า) เพื่อเตรียมตัว คนที่เธอได้รับมอบหมายให้มาสัมภาษณ์คือ “ฉีรุ่ยเฟิง” กัปตันทีมว่ายน้ำ วัย 22 ปี เจ้าของฉายา “หนานขวงฉีรุ่ยเฟิง” (“หนาน” แปลว่า “ใต้” มาจากชื่อมหาวิทยาลัยกีฬาหนานหยาง ส่วน “ขวง” แปลว่า “บ้า”) ซึ่งคว้าแชมป์ฟรีสไตล์ชาย 1,500 เมตรในการแข่งขันดรีมคัพคราวก่อน หลังออกกำลังกายในห้องฟิตเนสอย่างหนักหน่วงถังอี้ไป๋ก็ออกมาวิ่งต่อ ครั้นเห็นอวิ๋นตั่วกำลังซ้อมสัมภาษณ์อย่างกระตือรือร้นและตั้งใจ โดยทำท่าทางประกอบและใช้ปากกาแทนไมค์ ถังอี้ไป๋จึงวิ่งถอยหลังกลับมาดูอย่างขำๆ (เขาเห็นเพียงด้านข้างของเธอ) แต่อวิ๋นตั่วมัวแต่มุ่งมั่นกับการเตรียมตัวสัมภาษณ์เลยไม่ทันสังเกตเห็นถังอี้ไป๋

ครั้นการแข่งขันใกล้เริ่มต้นแต่ยังไม่เห็น “ซุนปู้ฝาน” (หรือ “ซุนเหล่าซือ” ครูฝึกสอนของอวิ๋นตั่วระหว่างฝึกงานที่ฉิงคงดอทคอม) อวิ๋นตั่วซึ่งยืนรอหน้าทางเข้าศูนย์กีฬาทางน้ำจึงรู้สึกร้อนใจ ที่แท้ซุนปู้ฝานเพิ่งมาถึง เขาไม่เห็นอวิ๋นตั่วเลยนึกว่าตนมาถึงก่อน ซ้ำยังไปรอเธอที่ทางเข้าด้านข้างทั้งที่นัดพบกันบริเวณทางเข้าด้านหน้า ก่อนเข้าไปในศูนย์ฯ ซุนปู้ฝานสอนอวิ๋นตั่วให้รู้จักการทำงานแบบมืออาชีพและฝากความหวังไว้กับเธอ แต่ทุกสิ่งที่เขากำชับและสั่งสอนล้วนเป็นสิ่งที่อวิ๋นตั่วทำแล้วทั้งสิ้น (เช่น มาถึงก่อนเวลานัดหมาย และเตรียมคำถามให้พร้อมล่วงหน้า) อีกด้านหนึ่ง “ผู้ช่วยโค้ชอู่” เข้ามาหาถังอี้ไป๋ในห้องแต่งตัวหมายช่วยคลายความตื่นเต้น กดดัน และตรวจสอบความพร้อม ด้วยเห็นว่าถังอี้ไป๋ไม่ได้ลงแข่งมานานสี่ปี แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ช่วยโค้ชอู่คือคนที่ตื่นเต้น ขณะที่ถังอี้ไป๋ได้แต่นั่งฟังยิ้มๆ ก่อนเป็นฝ่ายเรียกความเชื่อมั่นด้วยการยกนิ้วโป้ง และชูมือที่มีรอยปากกาเขียนเป็นอักษรคำว่า “WIN” ให้ผู้ช่วยโค้ชอู่ดู

ครั้นไปที่สระว่ายน้ำแล้วเห็นเหล่ากองเชียร์นั่งเต็มอัฒจันทร์ ซ้ำยังชูป้ายและส่งเสียงเรียกฉีรุ่ยเฟิงกันอย่างคึกคักราวกับมาดูคอนเสิร์ต แถมยังมีนักข่าวจากหลายสำนักมารอทำข่าวทั้งที่เป็นการแข่งขันภายใน อวิ๋นตั่วก็รู้สึกแปลกใจ ซุนปู้ฝานชี้ว่าพวกเขา (นักข่าว) ไม่ได้มาดูการแข่งขันแต่มารอสัมภาษณ์ฉีรุ่ยเฟิง อวิ๋นตั่วสงสัยว่าในเมื่อฉีรุ่ยเฟิงเป็นกัปตันทีมว่ายน้ำอยู่แล้วและไม่ได้ลงแข่ง แล้วบรรดานักข่าวแห่มาที่นี่ทำไม ซุนปู้ฝานอธิบายว่าหลังฉีรุ่ยเฟิงคว้าแชมป์ฟรีสไตล์ชาย 1,500 เมตรในการแข่งขันดรีมคัพคราวก่อน ซ้ำยังทำลายสถิติฟรีสไตล์ 1,500 เมตร เขาเลยไม่เพียงเป็นคนดังในวงการว่ายน้ำแต่ยังมีคุณค่าข่าวมากกว่าการแข่งขันคัดตัวนักกีฬา

แม้ฉีรุ่ยเฟิงไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน แต่เขาอยากต้อนรับการหวนคืนวงการของเพื่อนรักอย่างถังอี้ไป๋จึงโพสต์ลงโซเชียลว่าตนจะมาชมการแข่งขันด้วย นั่นจึงทำให้บรรยากาศคึกคักเพราะเหล่าแฟนคลับของฉีรุ่ยเฟิงมารวมตัวกันที่สระว่ายน้ำราวกับมีงานแฟนมีตติ้ง เมื่อฉีรุ่ยเฟิงมาถึงเสียงเชียร์ยิ่งดังกึกก้อง เหล่านักข่าวต่างรีบกรูเข้าไปสัมภาษณ์เขา แม้มีช่างภาพของบริษัทมาด้วยแต่ซุนปู้ฝานเบิกกล้องของบริษัทมาให้อวิ๋นตั่วเป็นกรณีพิเศษอีกตัวหนึ่งโดยกำชับให้เธอรักษาดูแลยิ่งชีวิต จากนั้นก็สั่งให้อวิ๋นตั่วแทรกร่างฝ่ากลุ่มนักข่าวเข้าไปสัมภาษณ์ฉีรุ่ยเฟิง อวิ๋นตั่วจึงฝากเป้ไว้กับซุนปู้ฝาน หลังฉีรุ่ยเฟิงถูกนักข่าวรุมล้อมริมสระว่ายน้ำ “หยวนรุ่นเหมย” (โค้ชหยวน) จึงชวนนักข่าวไปสัมภาษณ์ฉีรุ่ยเฟิงในห้องแถลงข่าวเพื่อไม่ให้รบกวนการแข่งขัน ฉีรุ่ยเฟิงขอให้การแข่งขันเสร็จสิ้นก่อนจึงค่อยสัมภาษณ์แต่โค้ชหยวนไม่ยอม

ทันใดนั้นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาแข่งขันก็ดังขึ้น เหล่านักกีฬาจึงเดินเรียงแถวออกมายืนประจำลู่และหนึ่งในนั้นคือถังอี้ไป๋ แม้บรรยากาศและเสียงอันดังกึกก้องของกองเชียร์จะแลดูคล้ายเมื่อสี่ปีก่อนตอนที่ถังอี้ไป๋เป็นแชมป์ระดับมัธยม แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือคราวนี้ทุกคนมาเชียร์ฉีรุ่ยเฟิง นอกจากโค้ชและเพื่อนๆ แล้วไม่มีใครจดจำหรือมาเชียร์เขาสักคน (ป้ายที่คนดูทั้งสนามชูขึ้นล้วนเป็นของฉีรุ่ยเฟิงทั้งที่เขาไม่ได้ลงแข่ง) ถึงกระนั้นถังอี้ไป๋ก็ยังยิ้มสู้ ครั้นหันไปเห็นอวิ๋นตั่ว (ซึ่งจ้องมองเขาอยู่ก่อน) เขาก็อึ้งไปชั่วขณะก่อนยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน อวิ๋นตั่วซึ่งจ้องมองเขาราวกับตกอยู่ในภวังค์เห็นดังนั้นจึงรู้สึกตัวและหันกลับไปบันทึกภาพฉีรุ่ยเฟิงอีกครั้ง

ขณะที่เหล่านักว่ายน้ำกำลังเตรียมตัวลงแข่ง โค้ชหยวนรีบเดินนำนักข่าวออกจากสระว่ายน้ำ ซุนปู้ฝานจึงแยกตัวไปจับจองที่ อวิ๋นตั่วซึ่งตัวเล็กกว่าเพื่อนพยายามชูกล้องถ่ายฉีรุ่ยเฟิง แต่โดนนักข่าวซึ่งเร่งฝีเท้าตามโค้ชหยวนกับฉีรุ่ยเฟิงทั้งเบียดทั้งดันจนเสียหลักตกลงไปในสระว่ายน้ำท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ชมบนอัฒจันทร์ ถังอี้ไป๋เห็นดังนั้นจึงรีบกระโดดลงไปช่วย ปรากฏว่าอวิ๋นตั่วเคยจมน้ำมาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงฤดูร้อนตอนอายุ 18 ปี วันนั้นเธอพลัดตกน้ำและจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ เธอยังคงจำความรู้สึกตอนกำลังจะตายได้เป็นอย่างดี ในตอนนั้นทุกอย่างเงียบสงบกระทั่งมี ‘เจ้าชายเงือก’ ปรากฏกายขึ้น เขาจับมือเธอก่อนประคองเธอขึ้นจากน้ำ และนี่ก็คือความลับที่เธอไม่เคยปริปากบอกใคร แม้มันจะผ่านไปนานแล้วแต่ทุกวันนี้เธอยังคงฝันถึงเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำๆ บ่อยครั้ง

หลังฟื้นคืนสติอวิ๋นตั่วก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพยาบาล (ของมหาวิทยาลัยกีฬาหนานหยาง) โดยมีถังอี้ไป๋ยืน (อ่านหนังสือ) เฝ้าไม่ห่าง ครั้นเห็นอวิ๋นตั่วลุกขึ้นนั่ง ถังอี้ไป๋จึงรีบวางหนังสือแล้วเดินมาหาเธอทันที อวิ๋นตั่วยังคงรู้สึกสับสนจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ถังอี้ไป๋กล่าวว่าเธอพลัดตกสระว่ายน้ำและตนเป็นคนช่วยเธอ พอรู้ว่าตนเองยังไม่ตายอวิ๋นตั่วก็รู้สึกโล่งใจ ก่อนหน้านี้เธอกลัวแทบแย่เพราะคิดว่าคงไม่รอดแน่ เธอได้แต่บอกตัวเองว่ายังตายไม่ได้เพราะเพิ่งเริ่มทำงานเลยยังไม่มีอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน ซ้ำยังไม่ได้บอกรหัสผ่านบัญชีธนาคารให้แม่รู้ ครั้นเห็นว่าตนสวมชุดวอร์มของคนอื่นอวิ๋นตั่วก็รู้สึกตกใจ ถังอี้ไป๋กลัวอวิ๋นตั่วเข้าใจผิดเลยรีบชี้ว่า “เซี่ยงหยางหยาง” (กัปตันทีมว่ายน้ำหญิงของมหาวิทยาลัยกีฬาหนานหยาง) ช่วยเปลี่ยนชุดให้เธอ เขายังบอกด้วยว่าเสื้อผ้าเธอผ่านการอบแห้งเรียบร้อยแล้ว และเตือนว่าอย่าลืมนำกล้องกลับไปด้วย

ครั้นนึกขึ้นได้ว่าทำกล้องบริษัทตกน้ำอวิ๋นตั่วก็รีบหยิบมาดูและพบว่ากล้องพัง เธอจึงรู้สึกผิดและเสียใจมาก แม้จะห่วงกล้องแต่พอนึกขึ้นได้ว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ากระโดดลงไปช่วยเธอขณะที่การแข่งขันกำลังจะเริ่มต้นขึ้น อวิ๋นตั่วจึงเป็นห่วงเขามากกว่า เธอนึกว่าเขาถูกตัดสิทธิ์ลงแข่งขันเพราะมัวช่วยชีวิตเธอ เธอเลยคิดที่จะไปอธิบายกับโค้ชและขอโอกาสให้เขาอีกครั้ง ถังอี้ไป๋ยิ้มแป้นที่เห็นอวิ๋นตั่วเป็นห่วงตนแทนที่จะห่วงกล้อง อวิ๋นตั่วชี้ว่าเรื่องกล้องพังเป็นปัญหาที่เกิดจากตัวเธอเอง แต่เธอไม่อาจปล่อยให้เขาโดนตัดสิทธิ์เพราะเธอเป็นต้นเหตุ ถังอี้ไป๋ชี้ว่าเนื่องจากสถานการณ์วุ่นวายมาก (สนามแข่งเต็มไปด้วยนักข่าวและกองเชียร์ฉีรุ่ยเฟิง) แถมอวิ๋นตั่วยังพลัดตกน้ำอีก โค้ชเลยตัดสินใจเคลียร์พื้นที่ก่อนโดยเลื่อนการแข่งขันออกไปหนึ่งชั่วโมง

อวิ๋นตั่วได้ยินดังนั้นก็โล่งใจแต่ยังไม่วายถามด้วยเป็นห่วงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่ออารมณ์และความรู้สึกของเขาไหม (หากรบกวนจิตใจจะมีผลต่อความสามารถในการแข่งขัน) ถังอี้ไป๋ถามกลับว่าเธอถามในฐานะนักข่าวหรือ (เขาเห็นเธอซ้อมสัมภาษณ์และเห็นป้ายประจำตัวนักข่าว) อวิ๋นตั่วเลยสมมุติว่าเธอกำลังสัมภาษณ์ถังอี้ไป๋ในฐานะนักข่าว โดยถามว่าเขามั่นใจไหมว่าจะผ่านการคัดตัว (เธอไม่อยากให้เขาเสียโอกาสเพราะตน) ถังอี้ไป๋ไม่ตอบคำถาม เขาเห็นว่าเธอเป็นห่วงเรื่องนี้เลยชวนเธอไปดูการแข่งขันให้เห็นกับตา ถังอี้ไป๋จะกลับไปเตรียมตัวลงแข่ง อวิ๋นตั่วจึงรีบถามชื่อแซ่และกล่าวขอบคุณถังอี้ไป๋ที่ช่วยชีวิตเธอ ถังอี้ไป๋ออกตัวว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตา และถามอวิ๋นตั่วว่าไม่มีอะไรจะถาม (สัมภาษณ์) ตนอีกหรือ อวิ๋นตั่วกล่าวว่าเธอมีคำถามมากมายแต่จะเก็บไว้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการหลังถังอี้ไป๋ผ่านการคัดเลือกจนได้เป็นหนึ่งในทีมว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยกีฬาหนานหยาง ถังอี้ไป๋ตอบตกลงก่อนทิ้งท้ายว่าแล้วเจอกันในการแข่งขัน ครั้นอวิ๋นตั่วรับปากว่าจะไปเชียร์ ถังอี้ไป๋จึงนำแว่นตาว่ายน้ำของตนมาคล้องคออวิ๋นตั่ว โดยบอกให้เธอเก็บไว้เป็นเครื่องลางคุ้มภัยจะได้ไม่พลัดตกสระว่ายน้ำอีก พูดจบเขาก็เดินจากไป